เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน มีชื่อเรียกในภาษาเยอรมันว่าอะไร ?

 

"มิวนิค" (Munich)

หรือที่เรียกในภาษาเยอรมันว่า มึนเชน” (München) เป็นเมืองหลวงของ รัฐบาวาเรีย” (Bavaria) หรือ บาเยิร์น” (Bayern) และเป็นแคว้นที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี มีพื้นที่ประมาณ 70,533 ตารางกิโลเมตร เป็นศูนย์กลางธุรกิจและคมนาคมของเยอรมนีตอนใต้ ซึ่งมีพรมแดนติดกับเทือกเขาแอลป์

แต่เดิมรัฐบาวาเรียเคยเป็นรัฐอิสระที่อยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์มาก่อน มีมิวนิคเป็นเมืองหลวง ประวัติศาสตร์เล่าว่าช่วงศตวรรษที่ 10-11 นักบวชจาก Tegernsee Abbey ได้เดินทางเข้ามาในแถบที่เป็นมิวนิคในปัจจุบันและได้ตั้งรกรากอยู่ที่นี่ ซึ่งเป็นทำเลริมฝั่ง แม่น้ำอิซาร์” (Isar) ที่มาของชื่อมิวนิคจึงเป็นรากศัพท์มาจากคำว่า “Monche” ที่มีความหมายว่า นักบวช นั่นเอง

บาวาเรียและมิวนิคถูกพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบมาทุกยุคทุกสมัย แม้จะเปลี่ยนผู้ปกครองไปบ้างตามกระแสสงคราม ทั้งอาณาจักรเยอรมนี ชาววิทเทลส์บาค” (Wittelsbach) กษัตริย์กุสตาวุสแห่งสวีเดน กษัตริย์แมกซ์โจเซฟที่ 1 กษัตริย์แมกซ์โจเซฟที่ 2 กษัตริย์แมกซิมิเลียน กษัตริย์ลุดวิกที่ 1 กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 และแต่ละยุคสมัยนี้ก็ได้สร้างผังเมือง ป้อมปราการ โบสถ์ อาคารสถาปัตยกรรมต่างๆ ไว้มากมาย โดยเฉพาะปราสาทพระราชวังที่งดงามราวกับเทพนิยาย

ในปี .. 2443 เป็นต้นมา บาวาเรียและมิวนิคกลายเป็นประเทศที่เป็นศูนย์รวมของศิลปินมือฉมัง จิตรกร คีตกวี ที่พากันสร้างงานศิลปะประดับไว้ให้กับมิวนิค แม้มีหลายสถานที่เคยย่อยยับเพราะเหตุจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปบ้าง แต่ก็ได้รับการบูรณะกลับสวยงามเช่นเดิมดังที่เราได้เห็นในปัจจุบัน และแม้ว่าตั้งแต่ปี .. 2461 เป็นต้นมาแคว้นบาวาเรียจะถูกรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเยอรมนีแล้วก็ตาม แต่ประชากรที่นี่ก็ยังคุ้นเคยว่าแคว้นของตัวเองเป็นเหมือนรัฐอิสระอยู่นั่นเอง

ปัจจุบันชาวมิวนิคกว่า 1,000,000 คน ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มีโอกาสเข้าไปชมเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เมืองที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมแห่งอดีต หอศิลปะและพิพิธภัณฑ์รวบรวมข้าวของล้ำค่า และอาคารใหม่ทันสมัยที่สร้างด้วยนวัตกรรมล้ำอนาคต โดยไม่ลืมมุมเงียบสงบนอกเมืองที่มีธรรมชาติสวยงามจนนึกไม่ถึงว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะมีพร้อมที่มิวนิคแห่งนี้

ความโดดเด่นอีกด้านหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบและถือเป็นหน้าเป็นตาของที่นี่ก็คือการเป็นเมืองที่มีอาหารอร่อย มีเบียร์รสเยี่ยมเป็นตัวเอก และในบรรดาอาหารรสเลิศทั้งหลายที่ไม่พูดถึงไม่ได้เห็นจะเป็นไส้กรอกเยอรมัน โดยเฉพาะอาหารบาวาเรียแท้ๆ อย่าง ไส้กรอกขาว (Weisswurst) ที่ชาวมิวนิคนิยมทานคู่กับมัสตาร์ดเป็นอาหารเช้า นอกจากนี้ยังมี ไส้กรอกหมู” (Bockwurst) “ไส้กรอกหมูทอด” (Bratwurat) “ไส้กรอกเลือด” (Blutwurat) และที่โด่งดังไปทั่วโลกก็คือขาหมูทอดและเนื้อลูกวัว เหล่านี้ชาวเยอรมันนิยมทานพร้อมมันฝรั่งและกะหล่ำปลีดองที่ถือเป็นเครื่องเคียง รวมทั้งอาหารเช้าหรืออาหารยามบ่ายก็ยังมีตระกูลขนมปังอย่าง เพลตเซิล” (Pretzels) ที่อร่อยมากๆ อีกด้วย

แต่ไม่ต้องห่วง มิวนิคเป็นเมืองยอดนิยมของชาวโลกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องอาหารการกินในมิวนิคจึงค่อนข้างจะเป็นนานาชาติ สามารถหาอาหารอร่อยจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่มิวนิค ทั้งอาหารอเมริกัน ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยน ญี่ปุ่น ไทย ฯลฯ มีทั้งภัตตาคารหรูและร้านริมทางประเภทฟาสต์ฟู้ดทานง่ายทานไว รวมถึงร้านฟาสฟู้ดชื่อดังหลายแบรนด์ก็มีเยอะแยะ รับรองว่าหาของทานได้ง่ายมากในมิวนิค

เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้วจนถึงปัจจุบันมิวนิคเป็นอีกหนึ่งเมืองของเยอรมนีที่สมบูรณ์แบบไปด้วยศิลปะความสวยงามของสถาปัตยกรรมเรอเนสซองส์และบารอก แม้จะผ่านกาลเวลามายาวนานแค่ไหนความสวยงามดังกล่าวก็ไม่เคยลดน้อยลง แต่ยังคงคุณค่าคู่กาลเวลามาโดยตลอด นี่คือเมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศรองมาจากเบอร์ลินและฮัมบรูกที่อัดแน่นไปด้วยเสน่ห์ของขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นเมืองร่วมสมัยตามการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะแม้ทั่วทั้งมิวนิคจะเต็มไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมโบราณ แต่ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์อีกหลายแห่ง ทั้งหมดนี้จึงทำให้มิวนิคกลายเป็นเมืองที่น่าเที่ยวมากๆ

 

 

ขอบคุณนิตยสารเช็คทัวร์ สำหรับบทความที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

CheckTour Magazine

 

24 สิงหาคม 2562

ผู้ชม 3348 ครั้ง

Engine by shopup.com